เข้าสู่ระบบ
Q : ขั้นตอนที่ 5 การโจมตีแบบพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ทําอย่างไร
A : การโจมตีแบบพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ เป็นการโจมตีเมฆเย็นที่มียอดสูงกว่า 20,000 ฟุต ด้วยการ ยิงพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ที่ยอดเมฆ ทําให้เกิดผลึกน้ําแข็งและรวมตัวกันเป็นเมฆใหญ่ตกลงมาละลายเป็นน้ําฝน
Q : ขั้นตอนที่ 6 การโจมตีแบบซุปเปอร์แซนด์วิชทําอย่างไร
A : การโจมตีแบบซุปเปอร์แซนด์วิช เป็นการโจมตีเมฆเย็นที่มียอดสูงกว่า 20,000 ฟุต โดย ประสานการโปรยสารในขั้นตอนที่ 3, 4 และ 5 พร้อมกัน บังคับให้ปริมาณน้ําในก้อนเมฆตกลงมาเป็นฝนให้มากที่สุด
Q : การปฏิบัติการฝนหลวงใช้เวลานานเท่าใด จึงจะทําให้ฝนตกในพื้นที่เป้าหมายได้
A : ระยะเวลาที่ใช้ในการทําฝนนั้นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศว่ามีความเหมาะสมเพียงใด ซึ่งโดยปกติ เมื่อเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่ขั้นตอนแรก "ก่อกวน" ซึ่งจะเริ่มในตอนเช้าเพื่อเป็นการก่อเมฆ และเมื่อเมฆก่อตัว จึงปฏิบัติการขั้นตอนต่อไปคือ "เลี้ยงให้อ้วน" และ "โจมตี" ซึ่งโดยปกติแล้วจะเริ่มปฏิบัติการและก่อให้เกิดฝนตกได้ในตอนบ่าย-ค่ำ
Q : การทําฝนหลวงมีการใช้สารเคมีอะไรบ้าง
A : การทําฝนหลวงมีการใช้สารเคมีธรรมชาติบางชนิดที่ไม่มีอันตราย แบ่งเป็น 1) สารสูตรแกน ได้แก่ เกลือทะเล หรือเกลือสินเธาว์ 2) สารสูตรร้อน ได้แก่ แคลเซียมคลอไรด์ 3) สารสูตรเย็น ได้แก่ ยูเรีย และน้ําแข็งแห้ง
Q : น้ําฝนที่เกิดจากการทําฝนหลวงใช้ดื่มได้หรือไม่
A : น้ําฝนที่เกิดจากการทําฝนหลวงสามารถดื่มได้แน่นอน ได้มีการตรวจวิเคราะห์แล้วว่ามีความ บริสุทธิ์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ําดื่มน้ําใช้ขององค์การอนามัยโลก เช่นเดียวกับน้ําฝนธรรมชาติไม่มีอันตรายต่อคน สัตว์ และพืช
Q : เหตุใดการใช้สารเคมีในการทําฝนหลวงจึงไม่มีพิษภัยต่อสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อม
A : เนื่องจากใช้สารเคมีธรรมชาติที่ไม่มีอันตราย และใช้ในปริมาณที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณน้ําในก้อนเมฆที่ตกลงมาเป็นฝนจึงไม่มีอันตรายใดๆ
Q : สารฝนหลวงสูตรแกนมีคุณสมบัติอย่างไร
A : มีคุณสมบัติ คือ สารฝนหลวงสูตรแกนจะช่วยดูดความชื้นจากอากาศ แล้วเกิดเป็นเม็ดน้ําขนาดเล็กๆ แล้วรวมตัวกันเป็นเมฆ
จำนวนทั้งหมด 37 รายการ
จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด
373,943
ครั้ง